บอร์ดสวล.เคาะ"11กิจการรุนแรง"
bullet กฎกระทรวง กําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๙
dot
Group Menu
dot
bulletวุฒิวิศวกรออกแบบโครงสร้าง
dot
Newsletter

dot
bulletโครงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
bulletวิศวกร งานโลหะ และ เหล็ก
bulletสารพัดปัญหาของวิศวกรโยธา ก่อสร้าง
bulletรับรองความมั่นคงอาคาร โรงเรียนกวดวิชา วุฒิวิศวกร
bulletคณภาพของ วิศวกร
bulletไฟไหม้ กับ งาน วิศวกร โยธา
bulletPower Plant Job กับ งาน วิศวกร
bulletวิศวกรโยธา กับ ตลาด รับสร้าง บ้าน
bulletวิศวกร กำหนด มาตราฐาน ออกแบบ แผนผังโรงงาน
bulletวิศวกร กับ การเลือกทำเล ที่ตั้งโรงงาน
bulletขอบเขตงานที่วิศวกร ระดับต่างๆ ทำได้ แก้ไขใหม่
bulletมาตรฐานกําหนดตําแหน่งสายงาน วิศวกรรมโยธา
bulletน้ำ และ สารผสม คอนกรีต
bulletgooglebc0321ea4a8e3495.html




บอร์ดสวล.เคาะ"11กิจการรุนแรง"

บอร์ดสวล.เคาะ"11กิจการรุนแรง" ปรับลดไซซ์ทำโครงการมาบตาพุดหลุดเกือบหมด



คณะ กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คลอด 11 รายชื่อกิจการรุนแรง หลังที่ประชุมมีมติให้ตัดออก 7 กิจการ มีทั้งการชลประทาน/สูบเกลือใต้ดิน อ้างเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรมากกว่า ขณะที่ "ชัยวุฒิ" รมว.อุตสาหกรรม ระบุเหลือโครงการที่เข้าข่ายรุนแรง 2 โครงการ หลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯออกประกาศ ภาคเอกชนเตรียมส่งข้อมูลให้ศาลปลดล็อก



ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานภายหลังการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสิ้นสุดลงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับร่างประเภทโครงการหรือกิจการที่อาจมีผล กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม/ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพรวม 18 กิจการ ตามที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดชุดที่มี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปรากฏว่า

คณะ กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีการพิจารณาปรับปรุงร่างประกาศดังกล่าว โดยได้ข้อสรุปว่าจะมีกิจการที่เข้ารุนแรง ทั้งสิ้น 11 กิจการ พร้อมกับมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบในการออกประกาศต่อไป สำหรับ 7 โครงการที่ไม่ถูกประกาศเป็นกิจการที่อาจจะส่งผลกระทบรุนแรง ในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1)กิจการที่มีเหตุผลสมควรถอดออกจากร่าง รายชื่อจำนวน 2 กิจการ ได้แก่ กิจการชลประทานตั้งแต่ 80,000 ไร่ขึ้นไป โดยคณะกรรมการเห็นว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับภาคเกษตรมากกว่าสร้างผล กระทบรุนแรง กับกิจการสูบเกลือใต้ดินทุกขนาด เนื่องจากเป็นกิจการที่รัฐบาลจะมีการยกเลิกไม่ให้มีการดำเนินการแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นกิจการรุนแรงซ้ำซ้อนอีก

2)กิจการ ที่ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) เป็นผู้พิจารณาว่า เป็นกิจการรุนแรงหรือไม่ 2 กิจการ ได้แก่ กิจการที่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่อยู่ในพื้นที่อ่อนไหว เช่น แหล่งมรดกโลก-อุทยานประวัติศาสตร์-ป่าอนุรักษ์ เป็นต้น กับกิจการก่อสร้างหรือขยายสิ่งก่อสร้างถาวรนอกชายฝั่งทะเลเดิม เพื่อกันคลื่นหรือกระแสน้ำในทะเลทุกขนาดในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม-แหล่ง ธรรมชาติอนุรักษ์-แหล่งท่องเที่ยว และแหล่งอาชีพ

และ 3)กิจการที่สร้างผลกระทบ แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรงจนต้องดำเนินการตามเงื่อนไขมาตรา 67 (2) จำนวน 3 กิจการ ให้ดำเนินการแค่จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เท่านั้น ได้แก่ เตาเผาขยะติดเชื้อ ทุกขนาด, กิจการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำหลัก ทุกขนาด และกิจการสิ่งก่อสร้างกั้นขวาง การไหลของน้ำในแม่น้ำสายหลักทุกขนาดหรือประตูระบายน้ำ

ส่วน 11 กิจการรุนแรงที่เหลือ ได้มีการปรับปรุงรายละเอียดบางส่วนด้วยได้แก่ 1)กิจการถมทะลหรือทะเลสาบนอกเขตชายฝั่งเดิม ไม่รวมการฟื้นฟูสภาพชายหาด ทุกขนาด ถ้าอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม-แหล่งธรรมชาติอนุรักษ์-แหล่งท่อง เที่ยว และแหล่งอาชีพ นอกเหนือพื้นที่ดังกล่าว กำหนดไว้ที่ 300 ไร่ขึ้นไป

2)เหมือง ต่าง ๆ ได้แก่ เหมืองใต้ดิน ทุกขนาด-เหมืองแร่ตะกั่ว/สังกะสี/ทองคำทุกขนาด, เหมืองถ่านหินขนาด 2.5 ล้าน ตัน/ปี และเหมืองแร่ในทะเล 3)นิคมอุตสาหกรรมที่รองรับโรงงานปิโตรเคมี หรือโรงงานถลุงแร่เหล็ก เดิมทุกขนาดปรับปรุงเป็นส่วนขยายเพียง อย่างเดียว

4)โรง งานปิโตรเคมีขั้นต้นทุกขนาด หรือการขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ 35% ขึ้นไป โรงงานปิโตรเคมีขั้นกลางขนาดกำลังการผลิต 100 ตัน/วัน หรือขยายกำลังการผลิต 35% ขึ้นไป ในส่วนที่ใช้สารเคมีเป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่ม 1 และขนาดกำลังผลิต 700 ตัน/วัน หรือขยายกำลังการผลิต 35% ขึ้นไป ในส่วนที่ใช้สารเคมีเป็นสารก่อมะเร็ง กลุ่ม 2A

5)โรงงานถลุงแร่หรือ หลอมโลหะ โดยโรงถลุงแร่เหล็กขนาด 5,000 ตัน/วันขึ้นไป ปรับปรุงเป็น 1,000 ตัน/วันขึ้นไป, โรงถลุงแร่เหล็กที่มีการผลิตถ่านโค้กทุกขนาด, โรงถลุงแร่ทองแดง ทองคำ หรือสังกะสี กำลังการผลิต 1,000 ตัน/วันขึ้นไป, โรงถลุงแร่ตะกั่วทุกขนาด, โรงหลอมโลหะขนาด 50 ตัน/วัน และโรงหลอมตะกั่วขนาด 10 ตัน/วันขึ้นไป

6)กิจการผลิตหรือกำจัดหรือปรับแต่งสารกัมมันตรังสี เดิมทุกขนาด ยกเว้นโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ปรับปรุง ทุกสถานที่ ไม่ยกเว้น

7)โรงงานฝังกลบหรือเผาของเสียอันตรายทุกขนาด 8)กิจการสนามบินที่มีการขยายทางวิ่งตั้งแต่ 3,000 เมตรขึ้นไป

9)ท่าเทียบเรือยกเว้นท่าเทียบเรือที่ชาวบ้านใช้อยู่

10)เขื่อนเก็บกักน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ ตั้งแต่ 100 ลบ.ม.ขึ้นไป

11)โรง ไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป, โรงไฟฟ้าชีวมวล 150 เมกะวัตต์ขึ้นไป, ก๊าซธรรมชาติ 700 เมกะวัตต์ขึ้นไป, ความร้อนร่วม 1,000 เมกะวัตต์ขึ้นไปและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกขนาดปรับปรุงโดยตัดโรงไฟฟ้าก๊าซ ธรรมชาติออก และ โรงไฟฟ้าความร้อนร่วมเพิ่ม 3,000 เมกะวัตต์ขึ้นไป

"ใน ส่วนของกิจการรุนแรงที่จะประกาศออกมานั้น เมื่อเทียบ 76 โครงการมาบตาพุด ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการดำเนินการ แล้วก็เหลืออยู่ประมาณ 2 โครงการเท่านั้น หลังจากประชุมคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ท่านนายกฯก็มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งออกประกาศ ให้เร็วที่สุด โดยในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องมาพิจารณายกเลิกประกาศ 8 กิจการรุนแรง ที่เคยประกาศไว้เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯออกมาแล้ว ภาคเอกชนก็คงนำไปเป็น ข้อมูลยื่นต่อศาลปกครองกลาง ให้ยกเลิก คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อไป" นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว

ด้านนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า ภาคประชาชนจะมีการยื่นเสนอให้รัฐ "ทบทวน" การประกาศรายชื่อ 11 กิจการเข้าข่ายรุนแรงเพราะไม่ได้เป็นไปตามที่ภาคประชาชนเสนอนั่นคือควรจะมี การกำหนดพื้นที่เข้าไปด้วย เพราะแต่ละพื้นที่มีการปลดปล่อยมลพิษแตกต่างกัน โดยพื้นที่ที่ควรเข้าข่ายกิจการรุนแรง เช่น จังหวัดระยอง จังหวัดสระบุรี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นต้น

รับ ออกแบบ อาคาร

รับรองรายการคำนวณ

วิเคราะห์แรงแผ่นดินไหว

ตรวจสอบอาคาร  โดย วุฒิวิศวกร

ปรึกษา ได้ที่ อีเมลย์ 4we@4wengineering.com

โทร 0812974848

"สถาบันที่เชื่อถือได้" หมายความว่า ส่วนราชการ หรือ

นิติบุคคลซึ่งมีวิศวกร ประเภท วุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา

ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษา

และลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจสอบงานวิศวกรรมควบคุม